Natalie August 4, 2021

ทำความรู้จักโควิดสายพันธุ์ใหม่ เพื่อการป้องกันที่ดีขึ้น

ในตอนนี้การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ยังคงเป็นสถานการณ์การแพร่ระบาดที่ต้องจับตามองมากที่สุด โดยล่าสุดวันนี้ (4 ส.ค. 2564) มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ทะลุง 20,000 รายแล้ว และคาดว่าน่าจะมีตัวเลขของผู้ติดเชื้อโควิดและเสียชีวิตมากขึ้นเรื่อย ๆ

ถึงแม้ว่าในตอนนี้คนจะต้องป้องกันตัวเองดีเพียงใด ทั้งสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ เว้นระยะห่างทางสังคม หรือระมัดระวังตัวเองมากขนาดไหน แต่หากยังไม่ได้รับวัคซีนที่ดีอย่างทั่วถึง ก็น่าจะเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ยอดผู้ติดเชื้อลดลง

5 สายพันธุ์โควิดระบาดหนักในไทย วัคซีนชนิดไหนรับมือได้ดี
5 สายพันธุ์โควิดระบาดหนักในไทย วัคซีนชนิดไหนรับมือได้ดี

ตอนนี้ในไทยพบโควิดสายพันธุ์ใดบ้าง

และหากใครที่ได้ตามข่าวก็คงจะพอทราบกันมาบ้างแล้ว ว่า ณ ขณะนี้เชื้อไวรัสดังกล่าวไม่ได้มีเพียงแค่สายพันธุ์เดียว หากแต่ในปัจจุบัน (อ้างอิง กรุงเทพธุรกิจ) มีเชื้อโควิดกลายพันธุ์มากถึง 11 สายพันธุ์ แต่ถึงแม้ว่าในประเทศไทยจะไม่ได้เกิดการกลายพันธุ์ทั้ง 11 สายพันธุ์ ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดี เพราะตอนนี้ 5 สายพันธุ์ที่มีอยู่ในประเทศก็เป็นสายพันธุ์ที่มีความดุ ความร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต และการแพร่กระจายที่รวดเร็วเช่นกัน

ตอนนี้ในไทยพบโควิดสายพันธุ์ใดบ้าง
ตอนนี้ในไทยพบโควิดสายพันธุ์ใดบ้าง

วันนี้ medtu.tv ขออนุญาตพาทุกคนไปรู้จักกับสายพันธุ์โควิดให้มากขึ้น ว่าแต่ละสายพันธุ์หากติดแล้วจะมีอาการเป็นอย่างไร ความรุนแรงมากแค่ไหน และวัคซีนชนิดใด (พูดถึงเฉพาะวัคซีนที่มีอยู่ในไทย) มีประสิทธิภาพในการป้องกันได้บ้าง ไปดูพร้อมกันค่ะ

  1. สายพันธุ์ดั้งเดิม หรือ สายพันธุ์อู่ฮั่น

  • สำหรับโควิดสายพันธุ์ดั้งเดิมพบครั้งแรกที่อู่ฮั่น ประเทศจีน และพบในประเทศไทยในช่วงเดือนมกราคม 2563
  • อาการทั่วไป : มีไข้ ไอแห้ง อ่อนเพลีย
  • อาการรุนแรง : หายใจลำบาก หอบ เจ็บหน้าอก สูญเสียความสามารถในการรับรส การพูด และการเคลื่อนไหว
5 สายพันธุ์โควิดระบาดหนักในไทย
5 สายพันธุ์โควิดระบาดหนักในไทย
  1. สายพันธุ์ เบตา (Beta)

  • โควิดสายพันธุ์เบตา พบครั้งแรกที่ประเทศแอฟริกาใต้ และพบในประเทศไทยครั้งแรกในช่วงเดือนมกราคม 2564
  • อาการ : ปวดเมื่อยตามร่างกาย ท้องเสีย ปวดศีรษะ ตาแดง การรับรส – กลิ่นผิดปกติไปจากเดิม และอาจมีผื่นขึ้นที่บริเวณผิวหนัง หรือมีนิ้วมือนิ้วเท้าที่เปลี่ยนสี
  • อาการรุนแรง : นอกจากจะมีอาการข้างต้นแล้ว หากโควิดลงปอดก็จะทำให้หายใจลำบาก เจ็บหน้าอกอย่างรุนแรง และสูญเสียความสามารถในพูดหรือเคลื่อนไหว

วัคซีนที่รับมือสายพันธุ์เบตาได้ดี คือ

  • Pfizer : ป้องกันโรค 86% ป้องกันการติดเชื้อ 82%
  • Moderna : ป้องกันโรค 89% ป้องกันการติดเชื้อ 85% (วัคซีนทางเลือก)
  • AstraZeneca : ป้องกันโรค 35% ป้องกันการติดเชื้อ 31%
  • Sinopharm : ป้องกันโรค 47% ป้องกันการติดเชื้อ 41%
  1. สายพันธุ์ อัลฟา (Alpha)

  • สายพันธุ์อัลฟา พบครั้งแรกที่สหราชอาณาจักร และพบครั้งแรกในไทยเดือนเมษายน 2564 (คลัสเตอร์ทองหล่อ) เป็นสายพันธุ์ที่แพร่กระจายได้ง่ายกว่าสายพันธุ์อื่นประมาณ 40 – 70%
  • อาการ : ไข้สูงตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป หายใจเหนื่อยหอบ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามร่างกายและศีรษะ การรับรส-กลิ่น ผิดปกติ

วัคซีนที่รับมือสายพันธุ์อัลฟาได้ดี คือ

  • Pfizer : ป้องกันโรค91% ป้องกันการติดเชื้อ 86%
  • Moderna: ป้องกันโรค94% ป้องกันการติดเชื้อ 89% (วัคซีนทางเลือก)
  • AstraZeneca: ป้องกันโรค74% ป้องกันการติดเชื้อ 52%
  • Sinopharm: ป้องกันโรค73% ป้องกันการติดเชื้อ 65%
5 สายพันธุ์โควิดระบาดหนักในไทย
5 สายพันธุ์โควิดระบาดหนักในไทย
  1. สายพันธุ์ แกมมา (Gamma)
  • โควิดสายพันธุ์แกมมา เกิดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศบราซิล และในประเทศไทยช่วงเดือนพฤษภาคม 2564 (ปัจจุบันยังไม่พบการแพร่ระบาด เพียงแค่พบในผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ จำนวน 1 ราย อยู่ในสถานกักกันของรัฐ)
  • อาการ : มีอาการรุนแรงกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ เพราะทำให้ระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายลดลง ที่สำคัญยังลดประสิทธิภาพของวัคซีนด้วย เท่ากับว่ายังสามารถวนเวียนอยู่ในกลุ่มบุคคลที่ได้รับวัคซีนได้ดังเดิม

วัคซีนที่รับมือสายพันธุ์แกมมาได้ดี คือ

  • Pfizer : ป้องกันโรค86% ป้องกันการติดเชื้อ 82%
  • Moderna: ป้องกันโรค89% ป้องกันการติดเชื้อ 85% (วัคซีนทางเลือก)
  • AstraZeneca: ป้องกันโรค35% ป้องกันการติดเชื้อ 31%
  • Sinopharm: ป้องกันโรค47% ป้องกันการติดเชื้อ 41%
  1. สายพันธุ์ เดลตา (Delta)

  • โควิดสายพันธุ์เดลตา เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศอินเดีย และพบในไทยช่วงเดือนพฤษภาคม 2564 เริ่มต้นมาจากคลัสเตอร์แคมป์คนงานหลักสี่ ปัจจุบันกลายเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดและเป็นสายพันธุ์โควิดที่รุนแรงมากที่สุดในประเทศไทย
  • อาการ : ส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักไม่แสดงอาการ แม้ว่าจะอยู่ในระยะแพร่เชื้อแล้ว ที่สำคัญผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วก็ยังสามารถติดเชื้อและมีอาการรุนแรงได้เช่นกัน
  • อาการของผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับวัคซีน หรือรับ 1 โดส : ปวดศีรษะ เจ็บคอ มีน้ำมูกไหล เป็นไข้ และไอบ่อย
  • อาการของผู้ป่วยที่รับวัคซีนครบ 2 โดส : ปวดศีรษะ ไอ จาม เจ็บคอ และบางรายอาจสูญเสียการได้กลิ่น

วัคซีนที่รับมือสายพันธุ์เดลตาได้ดี คือ

  • Pfizer : ป้องกันโรค86% ป้องกันการติดเชื้อ 82%
  • Moderna : ป้องกันโรค89% ป้องกันการติดเชื้อ 85%
  • AstraZeneca : ป้องกันโรค35% ป้องกันการติดเชื้อ 31%
  • Sinopharm : ป้องกันโรค47% ป้องกันการติดเชื้อ 41%

*ประสิทธิภาพของวัคซีนอ้างอิงมาจาก Institute for Health Metrics and Evaluation (IHME) ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2564

ตรวจโควิดที่บ้าน
ตรวจโควิดที่บ้าน

ยังไงในช่วงนี้ทุกคนก็ต้องเซฟตัวเองให้ได้มากที่สุด เพราะเราไม่รู้เลยว่ารอบ ๆ ตัวเราจะมีเชื้อร้าย หรือจะมีผู้ติดเชื้อหรือเปล่า ทางที่ดีก็ต้องหลีกเลี่ยงการรวมกลุ่ม สวมหน้ากากอนามัย ทำความสะอาดห้อง ล้างมือให้สะอาด หรือหากต้องการเพิ่มความมั่นใจก็ลองเลือกใช้บริการตรวจโควิดที่บ้านก็ได้ ซึ่งนั่นนอกจากจะทำให้คุณสบายใจหายห่วงแล้ว หากคุณเกิดติดเชื้อขึ้นมาจะได้รักษาได้แบบทันการนะคะ

Leave a comment.

Your email address will not be published. Required fields are marked*